ดังแล้ว นู๋น้อยเคอิโงะ

 

 

เนื้อหอม - ด.ช.เคอิโงะ ซาโต พร้อมเพื่อนๆ ระหว่างเที่ยวในสวนสนุกดรีมเวิลด์ ก่อนเดินทางกลับจ.พิจิตร โดยมีผู้ขอซื้อลิขสิทธิ์ประวัติไปทำหนังสือการ์ตูน และให้เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าด้วย

"เคโงะ" กลายเป็นเด็กเนื้อหอม ผู้ผลิตสินค้าเสื้อผ้า-รองเท้านักเรียน"เคโงะ"กลายเป็นเด็กเนื้อหอม ผู้ผลิตสินค้าเสื้อผ้า-รองเท้านักเรียนรุมทาบเป็นพรีเซ็นเตอร์ แถมเจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ติดต่อขอเอาชีวิตน้องเคโงะไปทำเป็นหนังสือการ์ตูน ชื่อเรื่อง"เคอิโงะนักล่าฝัน ตามหาพ่อสุดขอบฟ้า" เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ผู้ว่าฯ พิจิตรมอบหมายสภาทนายความจังหวัด ดูแลผลประโยชน์ของน้องเคโงะทุกอย่าง ทั้งในตอนนี้และอนาคต พร้อมตั้งคณะกรรมการดูแลเงินบริจาค ที่ตอนนี้มากกว่า 2 แสนบาทแล้ว ส่วนป้าเป็นห่วงหลานเป็นคนดัง มีคนมาเอาใจมาก กลัวจะเสียเด็ก พยายามสอนไม่ให้ลืมตัว ด้านน้องเคโงะได้เที่ยวสวนสนุกสมใจ ก่อนเดินทางกลับบ้านที่พิจิตร

ภายหลังหนูน้อย "เคโงะ"ด.ช.เคอิโงะ ซาโต วัย 9 ขวบ จากจ.พิจิตร ได้รับความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานในการติดตามหาตัวนายคัตซูมิ ซาโต พ่อบังเกิดเกล้าชาวญี่ปุ่นจนเจอ กระทั่งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ทางสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้นัดหมายให้สองพ่อลูกได้พูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศ เป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง สร้างความปลาบปลื้มดีอกดีใจให้กับ "น้องเคโงะ" เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการที่นายคัตซูมิ รับปากจะบินมาไทยเพื่อมาเยี่ยมประมาณเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ ตามข่าวที่เสนอไปนั้น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 พ.ค. ด.ช. เคอิโงะ หรือน้องเคโงะ ซึ่งเข้ากรุงมาพักอยู่ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ เชิงสะพานซังฮี้ ได้ออกจากโรงแรมที่พักไปเที่ยวยังสวนสนุกดรีมเวิลด์ พร้อมเพื่อนสนิทที่มาด้วยกันจาก จ.พิจิตร อีก 3 คน รวมทั้งนางปัทมา จตุพิศ ป้าและคณะผู้ดูแลจำนวนหนึ่ง เพื่อเที่ยวเมืองกรุงวันสุดท้ายก่อนจะกลับ จ.พิจิตร ก่อนเดินทางน้องเคโงะ ให้สัมภาษณ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ดีใจมากที่จะได้ไปเที่ยวสวนสนุก อยากไปเล่นเครื่องเล่นน้ำ เมื่อคืนที่ผ่านมาหลับสบายดี เพราะสบายใจที่ได้พูดคุยกับพ่อ หลังจากกลับไป จ.พิจิตรแล้ว จะตั้งใจเรียนหนังสือและช่วยป้าขายอาหารปลาตามเดิม

นายสิทธิพจน์ เกบุย์ ผู้รับมอบหน้าที่จากผู้ว่าฯ พิจิตร ให้มาคอยดูแลน้องเคโงะ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ผลิตสินค้าต่างๆ เช่น รองเท้านักเรียนและเสื้อผ้าเด็ก จำนวนมากติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้น้องเคโงะไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ นอกจากนั้นยังมีเจ้าของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น ติดต่อมาจะขอนำเรื่องราวของน้องเคโงะ ไปถ่ายทอดเป็นหนังสือการ์ตูนเพื่อเป็นแรงบันดาลใจผู้อื่น ว่าตราบใดที่มีความฝัน ตราบนั้นยังมีความหวัง และประสบผลสำเร็จในที่สุด เช่นเดียวกับน้องเคโงะ โดยจะตั้งชื่อเรื่องว่า "เคอิโงะนักล่าฝัน ตามหาพ่อสุดขอบฟ้า"

นายสิทธิพจน์กล่าวว่า เจตนาเจ้าของสำนักพิมพ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี แต่คงต้องคุยกันเรื่องผลประโยชน์ที่น้องเคโงะจะได้รับ โดยขณะนี้ทางจังหวัดพิจิตร แต่งตั้งให้สภาทนายความจังหวัดพิจิตรเป็นผู้ดูแลทุกเรื่องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของน้องเคโงะ ทั้งปัจจุบันและในอนาคต นอกจากนั้นยังมีคณะกรรมการควบคุมดูแลการใช้จ่ายและการศึกษา เพราะเงินบริจาคที่เข้ามาขณะนี้มีไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาทแล้ว ขณะที่สมาคมชาวพิจิตรจะมอบเงินช่วยเหลือให้อีกปีละ 1 หมื่นบาท

ต่อมาเวลา 10.30 น. น้องเคโงะ พร้อมกับเพื่อนๆ เดินทางถึงสวนสนุกดรีมเวิลด์ โดยมีนางดาเรศ นิติรักษา ฝ่ายประชา สัมพันธ์สวนสนุกคอยต้อนรับคณะของน้องเคโงะ พร้อมมอบหมวกสัญลักษณ์สวนสนุก และสายรัดข้อมือดรีมเวิลด์วีซ่า ซึ่งสามารถนำไปใช้เล่นเครื่องเล่นทุกชนิดได้แบบไม่จำกัดรอบ นอกจากนั้นยังได้มีการถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้านหน้าสวนสนุก โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาขอถ่ายภาพคู่กับหนูน้อยเคโงะ พร้อมกล่าวให้กำลังใจและแสดงความยินดีที่ตามหาพ่อจนพบในที่สุด ระหว่างนั้นยังมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่ทราบว่าเป็นเด็กไทย ที่ตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ต่างเข้ามาขอถ่ายภาพและพูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง

เมื่อผ่านประตูทางเข้าสวนสนุกน้องเคโงะ แสดงความตื่นเต้นดีใจ ชักชวนบรรดาเพื่อนๆ วิ่งเล่นกันสนุกสนาน และถ่ายภาพคู่กับรูปปั้นต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายรอบสวนสนุก และเมื่อเห็นลูกช้างที่สวนสนุก นำมาแสดง น้องเคโงะก็วิ่งเข้าไปเล่นด้วย แต่เมื่อช้างส่งเสียงร้องออกมา น้องเคโงะถึงกับตกใจร้องและวิ่งหนีออกมา ส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน

จากนั้นคณะของน้องเคโงะ เข้าไปชมภาพยนตร์ 4 มิติ โดยน้องเคโงะจูงมือเพื่อนไปนั่งแถวที่ 3 จากหน้าจอ พร้อมสวมแว่นดูภาพยนตร์ และถามด้วยความสงสัยว่าจะได้ดูหนังเรื่องอะไร ทำไมต้องสวมแว่นด้วย เมื่อภาพยนตร์เริ่มฉาย น้องเคโงะปรบมือด้วยความตื่นเต้น ที่เห็นภาพในจอลอยออกมาเหมือนจะใช้มือจับต้องได้ พร้อมพูดว่า "มันลอยมาอยู่ตรงหน้าเลย" โดยเฉพาะตอนหนึ่งที่นักแสดงหยิบผลส้มยื่นออกมาจากจอภาพ น้องเคโงะได้รีบลุกเอื้อมมือไปรับทันที แต่เมื่อไม่สามารถจับผลส้มนั้นได้ ก็หัวเราะ ด้วยความชอบใจ ยิ่งฉากที่ผู้แสดงต้องสู้กับบรรดาแมลงนานาชนิดที่บินว่อน น้องเคโงะก็ส่งเสียงร้องดัง พร้อมกับยกมือปิดหน้าและก้มตัวหลบ แต่ก็หัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าแมลงไม่ได้บินออกมาจริงๆ

เมื่อดูภาพยนตร์ 4 มิติแล้ว น้องเคโงะอยากจะไปขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา แต่เนื่องจากยังเป็นเด็กตัวเล็กมาก จึงไม่สามารถขึ้นไปเล่นได้ จึงได้ยกขบวนไปเล่นเมืองหิมะ ซึ่งข้างในอากาศหนาวเย็นติดลบ 9 องศา น้องเคโงะและคณะต้องสวมเสื้อกันหนาวที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ และทันทีที่ผ่านประตูเข้าไปมองเห็นช้างแมมมอธจำลองขนาดใหญ่ เด็กทั้งหมดต่างวิ่งเข้าไปกอดและถ่ายรูป จากนั้นไปเล่นสไลด์บอร์ดที่ปล่อยลง มาจากที่สูงให้วิ่งผ่านทางที่เต็มไปด้วยหิมะ โดยระหว่างที่สไลด์บอร์ดไหลลงไปตามทางด้วยความเร็ว น้องเคโงะถึงกับนั่งนิ่งไม่กล้าขยับตัว แต่เมื่อหยุดนิ่งแล้วก็หัวเราะกระโดดปรบมือร้องขอเล่นอีก 1 รอบ

ออกจากเมืองหิมะ น้องเคโงะได้ไปดูการแสดงของสัตว์แสนรู้ ต่อด้วยเข้าบ้านผีสิง ทันทีที่เห็นหุ่นผีตัวแรกลุกขึ้นจากโลง น้องเคโงะถึงกับตกใจกระโดดถอยหลังส่งเสียงร้อง ชี้มือไปยังหุ่นผีและพูดว่า "ผีมันแกล้ง" ระหว่างทางเดินคดเคี้ยวในบ้าน ผีสิง น้องเคโงะกับเพื่อนเดินเกาะแขน กันแน่น เมื่อเห็นผีทั้งหมดจะร้องตะโกนพร้อมกัน บางครั้งก็ตกใจวิ่งหนีไปทั้งกลุ่ม จนผู้ใหญ่ต้องวิ่งไปจับไว้เพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ

หลังออกจากบ้านผีสิง น้องเคโงะได้เล่นเครื่องเล่นน้ำตามที่ตั้งใจไว้ โดยเลือกเล่น "ซูเปอร์สแปลช" เรือขนาดใหญ่ทิ้งตัวลงจากที่สูงให้น้ำที่อยู่ด้านล่างแตกกระจาย โดยน้องเคโงะนั่งอยู่แถวแรกกับเพื่อนและผู้ใหญ่ที่ตามมาดูแลอีก 1 คน จากนั้นยังได้เล่นเครื่องเล่นทั่วไป เช่น รถโบราณที่วิ่งตามราง และยานอวกาศหมุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเล่นเครื่องเล่นหลายชนิด น้องเคโงะเริ่มแสดงอาการเหนื่อยล้าและหิว ประกอบกับอากาศร้อนจัด โดยน้องเคโงะกล่าวว่า ที่เล่นมาทั้งหมดชอบบ้านผีสิงและซูเปอร์สแปลชมากที่สุด เมื่อกลับไปถึง จ.พิจิตรจะไปเล่าให้เพื่อนที่ไม่ได้มาฟัง วันนี้เหนื่อยมาก แต่มีความสุขและไม่รู้สึกตกใจที่มากรุงเทพฯ แล้วมีนักข่าวมารุมล้อมเป็นจำนวนมาก จากนั้นคณะของน้องเคโงะ ได้กินอาหารภายในสวนสนุก เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับ จ.พิจิตร

นางปัทมา ผู้เป็นป้ากล่าวว่า รู้เรื่องที่มีผู้ติดต่อให้หลานไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ และนำเรื่องราวชีวิตไปทำเป็นหนังสือการ์ตูนบ้างแล้ว แต่ตนเองไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ คงต้องปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของผู้ใหญ่ในจังหวัดที่มีความรู้ โดยส่วนตัวแล้วไม่คิดว่าเรื่องที่หลานชายตามหาพ่อ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างทุกวันนี้ รู้สึกดีใจที่ทุกคนช่วยเหลือและให้กำลังใจหลานชาย แต่ในใจลึกๆ แล้ว กลัวว่าหลานชายนิสัยจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า เพราะมีแต่คนคอยเอาใจ แต่ทุกเวลาพยายามสอนให้หลานชายรำลึกไว้เสมอว่า เคยเป็นคนอย่างไรให้เป็นอย่างนั้นตลอด และไม่คิดว่าหลานชายจะเปลี่ยนนิสัยไปในทางที่ไม่ดี

นางปัทมายังกล่าวว่า วันนี้ที่ผู้สื่อข่าวมองว่าหลานชายแปลกไปจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา จากที่ให้ความสนิทสนมคุยเล่นเป็นกันเองกับผู้สื่อข่าวเป็นไม่ค่อยคุยเล่นด้วยนั้น เนื่องจากเกิดความตกใจกลัวผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่ฮือกันรุมเข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูตญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังเริ่มระแวงคนมากขึ้น เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาตอนล่องเรือบนแม่น้ำเจ้าพระยา มีนักท่องเที่ยวบนเรือคนหนึ่งมาต่อว่า ว่าไม่เห็นด้วยที่นำเด็กมาทำแบบนี้ แม้ใช้คำพูดที่ไม่หยาบคายแต่ก็รุนแรงมาก นอกจากนั้นยังมีคนเข้ามาขอกอดหลานชายด้วยความรุนแรง จนทำให้หลานชายเจ็บ จึงเริ่มไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า คงต้องพยายามสอนให้หลานชายรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เวลา 18.30 น. น้องเคโงะ พร้อมด้วยนางปัทมา พร้อมคณะเดินทางกลับมาถึงบ้าน จ.พิจิตร โดยมีบรรดาญาติๆ และเพื่อนบ้านมารอรับ ส่วนน้องเคโงะเมื่อมาถึงก็มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากนั่งรถยาวนานหลายชั่วโมง

ขณะที่นายสิทธิพจน์ เปิดเผยอีกครั้งถึงเรื่องที่มีบริษัทการ์ตูนญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทย และทำหนังสือการ์ตูน จะขอเขียนเรื่องของ น้องเคโงะว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถคุยกันได้ชัดเจน เนื่องจากขณะที่เจรจากันยัง ไม่ลงรายละเอียดมากนัก จึงนัดกันว่าจะให้ มาเจรจาที่จ.พิจิตร เรื่องนี้คงต้องปรึกษาหารือกับผู้ว่าฯ พิจิตร ในฐานะที่เป็นคนช่วยเหลือน้องเคโงะมาตลอดจนได้พบพ่อชาวญี่ปุ่น รวมถึงผอ. เขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 และกรรมการพื้นที่เขตการศึกษา เป็นผู้พิจารณาเนื้อหาและค่าผลประโยชน์ตอบแทนนอก จากนี้ยังต้องขอให้สำนักงานอัยการหรือสภาทนายความช่วยดูแลในสิทธิประโยชน์ของน้องเคโงะด้วย ส่วนที่มีบริษัทชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน มาติดต่อขอให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้นั้น ได้แต่โทรศัพท์มาทาบทามเท่านั้น แต่รายละเอียดคงต้องดูว่าใครจะมาติดต่อที่ จ.พิจิตร เพื่อว่าจ้างน้องเคโงะไปถ่ายโฆษณาหรือไม่ต่อไป

 

ที่มาจาก : ข่าวสด

บทความนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 24  พฤษภาคม  2552     แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 25  พฤษภาคม  2552