ผีทำได้แค่ 1-0
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตั๋วนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่โรมมาครึ่งใบแล้ว หลังเอาชนะ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ได้ 1-0 จากประตูโทนของจอห์น โอเช ตั้งแต่ต้นเกม แต่ก็ถือว่าน่าเสียดายเนื่องจากมีโอกาสในเกมเยอะมาก ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก (29 เม.ย.52) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 อาร์เซนอล
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 จอห์น โอเช น.17
ศึกใหญ่อีกนัดสำหรับรอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นการพบกันของสองทีมจากอังกฤษ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาในทศวรรษที่แล้วอย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อดีตรองแชมป์ในปี 2006
ด้วยความสำคัญของสองทีมทำให้ทั้งเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และอาร์แซน เวนเกอร์ สองยอดกุนซือส่งทีมชุดใหญ่ลงสนามพร้อมเพรียงกัน แต่ก็มีการปรับหมากในบางตำแหน่งเพื่อให้เหมาะสมกับแท็คติก
แต่ยังไม่ทันไรแค่เริ่มเกมมานาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เกือบจะได้เฮก่อนทันทีเมื่อ รูนีย์ ได้ลองเทคตัวขึ้นโขกในเขตโทษ บอลย้อยเหมือนไม่มีอันตรายแต่ก็ทำเอาอัลมูเนีย ต้องผวาปัดออกไปก่อนบอลจะตกเข้าเส้นประตู
จากนั้นทางด้านแชมป์เก่าก็เป็นฝ่ายที่ครองเกมได้เหนือกว่า เรียกว่ากันเนอร์ส ยังตั้งเกมไม่ได้เลยในช่วง 10 นาทีแรก จนมาได้เซ็ตเกมครั้งแรกเมื่อเซสก์ ไหลให้วัลค็อตต์ เติมไปสวยทางขวาแต่เปิดเข้ามาไม่ผ่านวิดิช
ช็อตนี้ทำให้อาร์เซนอล เริ่มตั้งตัวติดและเกมก็สนุกขึ้นตามไปด้วย แต่ว่าก็เป็นทางแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำได้น่ากลัวกว่าและน่าจะได้ประตูขึ้นนำจริงๆเมื่อ เตเวซ ได้เข้าชาร์จเหน่งๆในเขตโทษจากการเปิดเรียดของโอเช แต่อัลมูเนีย ซูเปอร์เซฟได้เหลือเชื่อ จะซ้ำก็ยังติดบล็อกอีก
แต่จังหวะถัดมาในนาทีที่ 17 เจ้าบ้านก็ได้ประตูนำสมใจ เมื่อได้เตะมุมเข้ามาบอลเลยมาหมดถึง คาร์ริค เก็บบอลได้ก่อนจะพยายามจะเปิดย้อนกลับมา บอลไปแฉลบขาซิลแวสตร์ ก่อนจะมาตกที่เท้าของโอเช เก็บส้มหล่นซัดเข้าไปสบายๆ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0
โดนสอยลูกแรกเร็วแบบนี้ อาร์เซนอล ก็พยายามจะทวงคืนให้ได้แต่เกมก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ มีโอกาสแค่ลูกยิงของเซสก์ ที่ไม่ได้อันตรายเลย ตรงข้ามกับปีศาจแดงที่ดูยังแรงดีไม่เลิก โดยเฉพาะแนวรุกที่เล่นดีกันทุกคน
ปีศาจแดงแรงไม่หยุด ลุยมันจริงๆ และน่าจะได้ประตูเพิ่มอีกถ้าอัลมูเนีย ไม่ผีเข้าเซฟลูกโขกของโรนัลโด้ ที่โขกเหน่งๆในกรอบเขตโทษได้แบบเหลือเชื่อ ก่อนจะต้องออกแรงล้มตัวตะครุบลูกยิงของโรนัลโด้ อีกหน
แต่จากนั้น อาร์เซนอล เริ่มเล่นดีขึ้นทันที มีการต่อบอลประสานงานสวยๆตามสไตล์ให้เห็นบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะเจาะแนวรับเข้าไปได้ ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีโอกาสยิงของรูนี่ย์ ที่พยายามปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษเฉี่ยวเสาไกลออกไป ก่อนจะไม่มีใครทำอะไรกันได้อีก จบเกมเจ้าบ้านนำ 1-0
ครึงหลังกลับมาลุยกันใหม่ ปรากฏว่ารูปเกมสูสีกันมากขึ้นและหาจังหวะจบสกอร์กันได้ยากขึ้นมาก เนื่องจากต่างฝ่ายก็ต่างรัดกุมไม่ยอมพลาดกันง่ายๆ
โอกาสดีที่สุดของอาร์เซนอล มาจากจังหวะที่ซง หยอดบอลมาให้อเดบายอร์ พักอกเอาบอลลงที่หน้าเขตโทษได้สวยก่อนจะอัดเต็มเท้าขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป ก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะแก้เกมก่อนด้วยการส่ง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และไรอัน กิ๊กส์ ลงสนามมา ซึ่งรายหลังก็ถือเป็นนัดที่ 800 แล้วในสีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด
ถัดมาไม่นาน โรนัลโด้ ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งสนาม เมื่อได้บอลที่ระยะราว 40 หลาก่อนจะพาบอลมาอีกเล็กน้อยและซัดเต็มเท้าขวา บอลผ่านอัลมูเนีย ไปแล้วแต่ก็ไปชนคานดังสนั่น
ด้านอาร์เซนอล มาได้ลุ้นจากโอกาสของเซสก์ ที่ตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่านในเขตโทษหลุดเสาไกลออกไป ก่อนจะมีการปรับหมากด้วยโดยถอด วัลค็อตต์ ออกและส่งนิคลาส เบนดท์เนอร์ ลงมาแทน
ช่วงนี้เกมเริ่มกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง แต่ก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าเยอะ มีลุ้นอีกหลายครั้งโดยเฉพาะลูกที่ โรนัลโด้ แทงให้กิ๊กส์ เติมมาทางซ้ายก่อนจะหยดบอลเข้ากลาง อัลมูเนีย พลาดแล้วแต่ยังมีซิลแวสตร์ โขกทิ้งออกไปได้หวุดหวิด
และมีจังหวะสำคัญในเกมเกิดขึ้น เมื่อ กิ๊กส์ ได้บอลทะลุช่องมาจากโรนัลโด้ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปแตะหลบอัลมูเนีย ก่อนจะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ไลน์แมนก็ขโมยซีนยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ทั้งที่จากภาพช้าชัดเจนว่าวิ่งสอดมาจากด้านหลัง
อาร์เซนอล ยังไม่ท้อพยายามจะบุกเอาคืนให้ได้ มีการส่งเอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ลงมาแทนอเดบายอร์ อีกคน แต่คนที่ทำให้ทีมได้ลุ้นกลับเป็น เบนทด์เนอร์ ที่ได้โขกจากฟรีคิก โดยโฉบได้ถึงก่อนฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ก็หลุดกรอบไป
สุดท้ายก็ไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้จริงๆ ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไปก่อนในเกมนี้ 1-0 และรอจะไปเล่นกันในเกมหน้าที่จะวัดกันที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมอีกครั้ง


